ตาดหมอก: ม่านน้ำตกแห่งผืนป่าเพชรบูรณ์

 

หากเอ่ยถึง จังหวัดเพชรบูรณ์ หลายคนมักจะนึกถึงทะเลหมอกอันกว้างไกลบนเขาค้อ หรือลมหนาวบนภูทับเบิก แต่ลึกเข้าไปในผืนป่าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก

ยังมีอัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ นั่นคือ น้ำตกตาดหมอก ต้นกำเนิดของสายน้ำและม่านละอองน้ำอันอุดมสมบูรณ์ที่พร้อมจะเยียวยาจิตใจของผู้ที่รักในธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

 เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ตาดหมอก

คำว่า ตาด ในภาษาถิ่นหมายถึงหน้าผาหินอันเป็นทางไหลของน้ำ เมื่อมารวมกับคำว่า หมอก จึงกลายเป็นชื่อที่อธิบายภาพความงดงามของน้ำตกแห่งนี้ได้อย่างเห็นภาพที่สุด

น้ำตกตาดหมอกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงโดดเด่น มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ไหลผ่านหน้าผาหินแกรนิตสูงชันเกือบ 240 เมตร

 

เมื่อสายน้ำปริมาณมหาศาลทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงชันปะทะเข้ากับโขดหินเบื้องล่าง แรงกระแทกนั้นทำให้สายน้ำแตกตัวกลายเป็นละอองน้ำละเอียดสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ปกคลุมรอบๆ

ตัวน้ำตกจนดูคล้ายกับมีสายหมอกลอยละล่องอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฤดูใด ละอองน้ำเหล่านี้จะคอยมอบความชุ่มชื้นและเย็นสบายให้กับผืนป่าและผู้มาเยือนเสมอ

การเดินทางเข้าไปยังตัวน้ำตกตาดหมอก ถือเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายผจญภัย

และผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าเชิงอนุรักษ์ จากจุดจอดรถนักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าต่อเข้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

 

ตลอดสองข้างทาง คุณจะได้สัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาที่ยังคงความสมบูรณ์อย่างยิ่ง มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านคอยให้ร่มเงา เสียงนกร้องสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไร และกลิ่นดินกลิ่นป่าที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เส้นทางเดินไม่ได้ราบเรียบจนเกินไป

และไม่ลำบากจนเกินพยายาม มีสะพานไม้และโขดหินให้ได้ปีนป่ายเล็กน้อย เพิ่มความสนุกและตื่นเต้นให้กับการเดินทาง ก่อนที่เสียงซ่าของน้ำตกจะค่อยๆ ดังขึ้นเพื่อส่งสัญญาณว่าคุณใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมกราคม) จะเป็นช่วงที่น้ำตกมีความสวยงามที่สุด เพราะปริมาณน้ำกำลังพอดี ไม่ป่าหลากจนเกินไป และอากาศเริ่มเย็นสบาย

การเตรียมตัว: ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่มีดอกยางยึดเกาะได้ดี เนื่องจากหินบริเวณรอบน้ำตกค่อนข้างลื่นจากละอองน้ำที่เกาะอยู่ตลอดเวลา

การอนุรักษ์: อุทยานแห่งชาติตาดหมอกยังคงความบริสุทธิ์อยู่มาก นักท่องเที่ยวควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามกฎของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด

 

น้ำตกตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงไม่ใช่แค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติธรรมดาๆ แต่เป็นเสมือนที่หลบภัยจากความวุ่นวายของโลกภายนอก

ให้เราได้เข้าไปนั่งฟังเสียงสายน้ำตกกระทบหิน สูดละอองน้ำบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และปล่อยให้ธรรมชาติช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจให้กลับมามีพลังอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง ดิจิตอล

บ้านตีนผา: อ้อมกอดแห่งขุนเขาและนาขั้นบันไดที่ซ่อนตัวในแม่แจ่ม

บ้านตีนผา: อ้อมกอดแห่งขุนเขาและนาขั้นบันไดที่ซ่อนตัวในแม่แจ่ม

หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ อยากตื่นมาเจอสายหมอกคลอเคลียยอดเขา และเสียงนกร้องแทนเสียงนาฬิกาปลุก บ้านตีนผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คือจุดหมายปลายทางที่จะทำให้คุณตกหลุมรักจนไม่อยากกลับ

 

บ้านตีนผา เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง)

ตั้งอยู่บนลาดไหล่เขาดอยอินทนนท์ ฝั่งอำเภอแม่แจ่ม ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลพอสมควร ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และไฮไลต์เด็ดที่ดึงดูดใจนักเดินทางก็คือ นาขั้นบันได ที่เขียวขจีลดหลั่นไปตามแนวเขา โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอันยิ่งใหญ่

 

ในขณะที่ บ้านป่าบงเปียง (หมู่บ้านชื่อดังที่อยู่ใกล้กัน) เต็มไปด้วยความคึกคักของนักท่องเที่ยว แต่บ้านตีนผายังคงรักษาความเงียบสงบ ความเป็นส่วนตัว และวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

เสน่ห์ ฤดูที่แตกต่าง    การมาเยือนบ้านตีนผาสามารถเที่ยวได้หลายช่วงเวลา ซึ่งแต่ละฤดูจะให้ภาพจำและบรรยากาศที่งดงามแตกต่างกันไป:

  • ช่วงหน้าฝน (กรกฎาคม – กันยายน): เป็นช่วงที่นาขั้นบันไดจะกลายเป็นสีเขียวชอุ่ม มองไปทางไหนก็สดชื่น สบายตา แถมยังมีโอกาสเห็นทะเลหมอกหนานุ่มหลังฝนตกบ่อยที่สุด

 

  • ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม – พฤศจิกายน): ต้นข้าวจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเต็มทุ่งสะท้อนแสงแดด เป็นภาพที่สวยงามและโรแมนติกมาก

 

  • ช่วงหน้าหนาว (ธันวาคม – มกราคม): แม้จะไม่มีนาข้าวให้ดูแล้ว แต่จะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวจัด ลมเย็นๆ และท้องฟ้าที่เปิดโล่ง เหมาะกับการนั่งผิงไฟและนับดาวในตอนกลางคืน

การท่องเที่ยวที่บ้านตีนผาเน้นการพักผ่อนแบบ โฮมสเตย์ ของชาวบ้านในชุมชน บ้านพักส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่ริมหน้าผาหรือเปิดหน้าต่างออกไปเจอนาข้าว

โดยไม่มีอะไรกั้น สิ่งอำนวยความสะดวกอาจไม่ได้หรูหราเหมือนโรงแรมใหญ่ ไม่มีแอร์ (เพราะอากาศเย็นอยู่แล้ว)

และบางแห่งอาจมีสัญญาณมือถือจำกัด แต่นั่นคือโอกาสดีที่คุณจะได้ทำ Digital Detox อยู่กับตัวเองและคนข้างๆ อย่างแท้จริง

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างที่ บ้านตีนผา สำหรับที่นี่แล้ว  ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อถ่ายรูปสวยๆ แล้วกลับ

แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า ชาร์จพลังชีวิตด้วยความเงียบสงบและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ หากหนาวนี้หรือฝนนี้คุณยังไม่มีแพลนไปไหน ลองเปิดใจให้หมู่บ้านเล็กๆ หลังม่านหมอกแห่งนี้ดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริง บางครั้งก็เรียบง่ายกว่าที่คิด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี

รู้หรือไม่ เกมที่คนทั่วโลกฮิตเล่นเยอะที่สุด

ปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าการเล่นเกมนั้น เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจในการเล่นเกมกันมากขึ้น ซึ่งเกมในสมัยนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

และในแต่ละเกมนั้นก็จะมีวิธีการเล่น และมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

นอกจากนี้การเล่นเกมเป็นประจำนั้นไม่เพียงแค่ช่วยทำให้เรารู้คลายเครียดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเล่นเกมยังมีประโชนืแก่ร่างกายได้มากกว่าที่คุณคิด

เพราะถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นเกมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบการเล่น โดยจะมีผู้ใหญ่ที่มองว่าการเล่นเกมอาจทำให้เด็ก ๆ นั้นเสียการเรียนได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นเกมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีประโยชน์แต่อย่างไร

แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นการเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่ดีต่อร่างกายของเด็กเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจอีกด้วย

ฉะนั้น เราไปดูกันดีกว่าจะมีเกมไหนบ้างที่คนส่วนใหญ่ฮิต และเล่นกันเยอะมาที่สุด ไปดูกันเลย 

เกมที่คนทั่วโลกฮิตเล่นเยอะที่สุด

1.ROV

แน่นอนว่าเกมประเภทนี้เป็นเกมที่คนส่วนใหญ่นั้นชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกมต่อสู้ที่สามารถบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังสามารถเล่นได้ทั้งในมือถือ และคอมพิวเตอร์อีกด้วย

โดยหลัก ๆ ของเกมนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างสองทีม โดยเราจะต้องต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้ เรียกได้ว่านอกจากจะมีความตื่นเต้นแล้วนั้น ยังมีความสนุกสนาน เพลิดเพลินได้อีกด้วย และที่สำคัญเกมนี้ยังเป็นเกมที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอีกด้วย 

 

2.PUBG Mobile

เป็นอีกหนึ่งเกมที่คนส่วนใหญ่นั้นให้ความสนใจ และนิยมเล่นกันเยอะมาก ๆ โดยเกมนี้จะออกแนวแบบ ออกไปต่อสู้ หรืออาจถูกตามล่าก็ได้

ซึ่งจุดเด่นของเกมนี้นั้นจะอยู่ตรงที่เราจะต้องมีการเกมสัมภาระต่าง ๆ ที่เก็บได้ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในยามที่ฉุกเฉินนั่นเอง

โดยเกมนี้จะว่าเล่นยากก็ไม่เชิง แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีทักษะ และเข้าใจในการเล่นเกม แต่ทว่าก็ถือเป้นเกมที่ได้รับความนิยม และเป็นเกมที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก 

 

3.Subway Surfers

เป็นเกมที่เรียกได้ว่าถูกใจเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร อีกทั้งยังเป้นเกมที่เล่นได้กับทุกเพศทุกวัย มีความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และคลายเครียดได้เป็นอย่างอีกด้วย

โดยหลัก ๆ เกมนี้เราจะต้องวิ่งเกมเหรียญตามรางรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่มีความสนุก และเล่นเพลินอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

พาเที่ยวนอร์เวย์ ประตูสู่ขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าไปท่องเทียวติดอันดับโลก เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ใครหลาย ๆ คนอยากไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็นและได้ตื่นตากับแสงเหนือ ออโรร่า (Aurora)

ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือการมีแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และเป็นแสงที่มีความสวยงามและหาดูได้ยาก ในฤดูร้อนพระอาทิตย์จะไม่ตกเลย Svalbard เป็นอีกหนึ่งเมืองของนอร์เวย์ ชีวิตในโลกเยือกแข็งเขาอยู่กันอย่างไร

 

วันนี้ที่เราจะนำเสนอยังไม่ถึงขั้วโลกเหนือเสียทีเดียว แต่ว่าเป็นเมืองที่อยู่เหนือที่สุดเท่าที่มีมนุษย์อยู่กัน บนแผ่นบนหมู่เกาะเล็ก ๆ  ที่ชื่อว่า Svalbard (สวาลบาร์ด)

สวาลบาร์ดอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณหนึ่งพันกว่ากิโลเมตรและเหนือไปกว่านั้นก็ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อีกแล้ว

 

พาเที่ยวนอร์เวย์ ประตูสู่ขั้วโลกเหนือ

เมื่องที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสวาลบาร์ดชื่อ Longyearbyen (ลองเยียร์เบียน) หรือเมือง ลองเยียร์นั่นเอง ตั่งชื่อตามนักธุรกิจชาวอเมริกัน

วึ่งเข้ามาเปิดบริษัทเหมืองถ่านหินเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว แล้วก็ได้สร้างหมู่บ้านเพื่อรองรับคนงานของตัวเองขึ้นมา ตั้งชื่อว่า จอห์น มันโร ลองเยียร์ 

 

เมื่อประเทศนอร์เวย์ได้เข้ามาเป็นเจ้าของเกาะนี้ ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ลองเยียร์เบียน ประชากรในสวาลบาร์ดส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวนอร์เวย์

แต่ก็มีประชากรชาวรัสเซียอยู่บ้าง นอกจากเมืองนี้และก็เมืองเล็กๆที่อยู่รายรอบออกไปจากนี้ พื้นที่ 98% ของสวาลบาร์ดเป็นความเวิ้งว้างของธรรมชาติทั้งสิ้น

 

การที่บ้านแถวนี้ถูกสร้างในรูปแบบที่ดูกึ่งชั่วคราว เนื่องจากว่าใต้ดินบริเวณแถวขั้วโลกมีสิ่งที่เรียกว่า Permafrost (เพอร์มาฟรอสต์)

ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือ ดินและหินซึ่งแข็งเป็นน้ำแข็งตลอดเวลาอยู่ใต้ดินลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ในการสร้างบ้านหากมีการเจาะลึกลงไปจนกระทั่ง ไปกระทบกับเพอร์มาฟรอสต์ที่อยู่ใต้ดิน อาจจะส่งผลไห้เพอร์มาฟรอสต์ละลายได้ เปรียบเสมือนหน้าดินวึ่งพังทลายเพราะว่าไม่มีอะไรยึดมันเข้าหากัน

 

เนื่องจากที่เพอร์มาฟรอสต์ได้เป็นดินที่ค่อนข้างแข็งที่อยู่ใต้ดินเนี่ย นอกจากที่มันจะมีผลกับเรื่องของการสร้างบ้านของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว

นอกจากนั้นก็ยังมีผลกับชีวิตในหลายๆด้าน อย่างเช่นถ้ามองไปรอบๆจะเห็นเป็นสุสาน ทีมีอยู่ไม่กี่หลุมเท่านั้นเอง

 

เพราะว่าคนที่เวลาตายเค้าจะไม่อนุญาตให้ฝังที่นี่ เพราะเวลาที่ฝังปุ๊บ ไอ้เพอร์มาฟรอสต์ที่อยู่ใต้ดิน ที่เป้นการแข็งตัวเนี่ยมันดันศพขึ้นมาบนพื้นดิน

เพราะฉะนั้นเวลาตายที่นี่ก็คือจะส่งศพกลับไปฝังที่นอร์เวย์ ที่แผ่นดินใหญ่กัน ซึ่งถ้าไปเที่ยวแล้วเห็นหลุมศพที่อยู่นั่นเขาพวกนั้นจะเป้นคนที่มีความสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งกับสวาลบาร์ดเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

แนะนำที่เที่ยวธรรมชาติภาคอีสาน ไม่ว่าจะมากี่คราวก็สำราญใจ

แนะนำที่เที่ยวธรรมชาติภาคอีสาน ไม่ว่าจะมากี่คราวก็สำราญใจ

  • น้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ

น้ำตกแห่งนี้นั้นตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอเซกา เป็นน้ำตกที่มีขนาดที่ถือว่าให้เลยทีเดียวด้วยจำนวนชั้นที่มีถึง 3 ชั้นด้วยกันน้ำตกนี้ไหลผ่านภูเขาหินทรายขนาดใหญ่มหึมา ตกลงสู่เบื้องล่างที่เป็นแอ่งนำกว้าง

เพื่อให้พวกเราได้ลงเล่นน้ำผ่อนคลายกันตามอัธยาศัย จุดไฮไลท์ของที่นี่นั้นคือจุดสไลด์เดอร์ที่เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติจากน้ำตกที่กัดเซาะหินจนเป็นทางทำให้เกิดสไลด์เดอร์ธรรมชาติ  ต้องลองมาเล่นกันสักหน่อยแล้ว

ในเรื่องวิธีการเดินทางมาที่น้ำตกนั้นไม่ยากเลยแนะนำให้จอดรถไว้ที่ท่าเรือเพื่อที่จะนั่งเรือรับจ้างเข้ามา ค่าเรือต่อคนก็20 บาท จากนั้นก็เดินเท้ามุ่งหน้าสู่น้ำตกกันได้เลย

  • สามพันโบก อุบลราชธานี

มาอุบลทั้งทีไม่มาที่นี่ก็ถือว่ามาไม่ถึงที่นั่นก็คือ แกรน์แคนยอนเมืองไทยนั้นเองหรือที่รู้จักดีในชื่อ สามพันโบก สถานที่เที่ยวที่เกิดจากการที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดขึ้น แก่งหินี่ถูกลมพัดเซาะจนเกิดเป็นแอ่งจะนวนมาก มีมากกว่า 3000 แอ่งเลยล่ะ

ซึ่งที่นี่นั้นก็มีจุดไฮไลท์หลายที่อยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น แอ่งรูปดาวหรือจะเอารูปหัวใจที่นี่ก็มีให้นะ ซึ่งที่มันสนุกเนี่ยคือมันต้องเดินตามหากันเอาเอง

พอเจอแล้วก็ต้องถ่ายรูปลงโซเชียลอวดเพื่อนๆกันสักหน่อยเดี๋ยวเขาไม่เชื่อว่ามาถึงจริง หรือจะรอถ่ายภาพทางช้างเผือกอันนี้ก็แนะนำเลยห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะบรรยากาศดีมากในตอนค่ำคืน

ท้องฟ้าที่มีดาวระยิบระยับตัดกับแก่งหินธรรมชาติที่หาดูได้ยากมากๆเลยในไทยเราแล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่แวะเวียนมาที่นี่ด้วยล่ะ

  • หินสามวาฬ บึงกาฬ

จุดถ่ายรูปวิวสวยๆที่บึงกาฬเนี่ยจะพ้นที่นี่รึเปล่าน้า แน่นอนว่าต้องไม่พ้นที่นี่แน่นอน หินสามวาฬ อำเภอภูสิงห์  ที่เคยมีการถ่ายทำละครที่นี่จนทำให้หินสามวาฬเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนทำให้มีคนหลั่งไหลแวะเวียนกันเข้ามาที่แห่งนี้มากมาย

จุดชมวิวที่เรียกได้ว่ามองเห็นวิวที่สวยงามจนเหมือนโดนมนต์สะกดกันเลยล่ะ ป่าไม่เขียวชอุ่มห้อมล้อมไปทั่วตัววาฬทั้ง 3 ตัวนี้ไว้ราวกับว่าพวกมันกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำทะเลียวสีเขียวยังไงยังงั้นเลยล่ะ

ซึ่งที่นี่นั้นจะนิยมมาถ่ายรรูปกันในตอนรุ่งเช้าหรือก็ตอนพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นนั่นเอง พูดได้ว่าแค่นึกภาพตามก็ฟินขนาดนี้แล้วถ้าเกิดได้ปเห็นด้วยตาตัวเองจะฟินขนาดไหนกัน ในเรื่องของ

การเดินทางมาหาเจ้าวาฬ3ตัวนี้นั้นแนะนำว่า ให้จอดรถไว้ที่ทำการภูสิงห์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 5.30-17.00 น. และก็จะมีบริการรถรับส่งเพื่อที่จะไปที่เขาสามวาฬในราคา 500 บาทต่อคัน คันนึงก็นั่งมากสุดได้ถึง10คนเลย

 

สนับสนุนโดย  คาสิโน เวียดนาม ดานัง

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งกะมัง  จังหวัดชัยภูมิ

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง แล้วพาตัวเองไปซึมซับกับความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ

ทุ่งกะมังคือคำตอบที่ต้องแปะหมุดไว้เลยครับ ที่นี่ตั้งอยู่ใน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิได้รับฉายาว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย และ แดนสวรรค์ของสัตว์ป่า ซึ่งบอกเลยว่าไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลยสักนิด

 

เที่ยว ทุ่งกะมัง  จังหวัดชัยภูมิ เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติกว้างใหญ่เนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ ลักษณะเป็นลานทุ่งหญ้าสะวันนากว้างขวาง โอบล้อมด้วยป่าดิบเขาและทิวเขาสลับซับซ้อน อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี

 

ไฮไลท์ที่ทำให้ทุ่งกะมังแตกต่างจากอุทยานแห่งชาติทั่วไปคือ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ที่นี่คือบ้านที่ปลอดภัยของสัตว์ป่านานาชนิด

โดยเฉพาะ เนื้อทราย สัตว์ป่าสงวนที่เคยเกือบสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย แต่ด้วยโครงการพระราชดำริและการดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้ปัจจุบันมีเนื้อทรายนับร้อยตัวเดินเล็มหญ้าอย่างอิสระกระจายอยู่เต็มทุ่งกะมัง

 

กิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาเยือนมาเที่ยว ทุ่งกะมัง  จังหวัดชัยภูมิ

ส่องสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด: เพียงแค่คุณก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณทุ่งกะมัง คุณจะได้เห็นฝูงเนื้อทราย เก้ง และกวาง ยืนเล็มหญ้ากันอย่างชิลๆ

บางตัวคุ้นเคยกับมนุษย์จนสามารถเดินเข้ามาใกล้ๆ ได้  นอกจากนี้ยังมีนกยูง นกขุนแผน และไก่ฟ้า พากันออกมาอวดโฉมให้คนรักนกได้รัวชัตเตอร์กันอย่างจุใจ

ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า: ในช่วงเช้าตรู่ ลานทุ่งหญ้าจะถูกปกคลุมด้วยสายหมอกบางๆ แสงอาทิตย์สีทองค่อยๆ สาดส่องผ่านทิวไม้ลงมากระทบกับฝูงสัตว์ป่า เป็นภาพที่งดงามราวกับภาพวาดในนิตยสารระดับโลก

ดื่มด่ำกับความเงียบสงบ: ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ (หรือมีน้อยมาก) ไม่มีแสงสีเสียง เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ Digital Detox พักสายตาจากหน้าจอ แล้วมาฟังเสียงนกเสียงไม้ และเสียงลมหายใจของธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

ข้อแนะนำและการเตรียมตัว

สิ่งสำคัญที่สุด: เนื่องจากทุ่งกะมังอยู่ในเขตกำหนดพื้นที่อนุญาตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ไม่ใช่ท่องเที่ยวทั่วไปแบบ 100%) นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตเข้าพื้นที่ล่วงหน้ากับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก่อนเดินทาง

ช่วงเวลาท่องเที่ยว: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม – มกราคม) จะสวยที่สุด เพราะทุ่งหญ้าจะเขียวขจี อากาศหนาวเย็น และมีหมอกหนา

กฎเหล็ก: ห้ามส่งเสียงดัง, ห้ามทิ้งขยะ, ห้ามนำพลาสติกเข้ามาในเขตพื้นที่ และห้ามขับรถเร็วเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุชนสัตว์ป่าได้

 

ทุ่งกะมังไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวถ่ายรูปสวยๆ แล้วกลับ แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยเตือนใจเราว่า มนุษย์และสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล หากคุณอยากชาร์จแบตเตอรี่ให้ชีวิต

พร้อมสัมผัสอ้อมกอดของธรรมชาติที่บริสุทธิ์แบบไร้การปรุงแต่ง ลองหาเวลามาเช็คอินที่แดนสวรรค์แห่งนี้ดูสักครั้ง รับรองว่าจะได้ความประทับใจกลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอน

 

ผู้ให้การสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังฟรี

เปิดเคล็ดลับเล่นเกมอย่างไรถึงจะไม่เสี่ยงโรคติดเกม

เปิดเคล็ดลับเล่นเกมอย่างไรถึงจะไม่เสี่ยงโรคติดเกม

ในช่วงที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลง และถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้กิจกรรมการเล่นเกมนั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสมัยใหม่ ที่มักจะมองหากิจกรรมการเล่นเกมใหม่ ๆ

เพื่อเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการ ฝึกทักษะต่าง ๆ ช่วยแก้เบื่อ และสร้างความสนุกสนาน

ซึ่งแน่นอนว่า การเล่นเกมในสมัยนี้นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยเสริมสร้างความสุข ความสนุกสนานหกับหลาย ๆ คนได้เป้นอย่างดี ทั้งยังสามารถที่จะนำไปต่อยอดในการสร้างเป็นอาชีพที่ดีได้อีกด้วย

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในสมัยปัจจุบันนี้การเล่นเกมจะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากขนาดไหนก็ตาม แต่คนส่วนใหญ่ที่เล่นเกมมักที่จะเจอกับปัญหาการเล่นเกม คือ เด็กติดเกม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ไม่ว่าเราจะแก้ไขด้วยวิธีไหนก็ตาม

ก็ไม่สามารถหายไปได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหานี้อาจจะทำให้ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านนั้นหนักใจกันเป็นอย่างมาก

ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้เราจะมาเปิดเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถเล่นเกมได้โดยที่ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเกม จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

  • การเล่นเกมโดยไม่หักโหม

แน่นอนว่าที่คนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการติดเกมนั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่า หักโหม หรือเสพติดการเล่นเกมมากกว่าการใช้ชีวิต จึงทำให้ตดเป็นนิสัย และเสี่ยงต่อการต่อการเป็นโรคติดเกมนั่นเอง

ฉะนั้น วิธีง่าย ๆ ที่จะเอาตัวเองออกมาจากการติดเกม คือการที่เราเล่นเกมอย่างเหมาะสม ไม่หักโหมมากจนเกินไป หรือไม่เอาเกมเป็นที่หนึ่งมากกว่าใช้ชีวิตในประจำวันของเรา 

 

  • การมองหาเกมที่ไม่เครียดเกินไป

เนื่องจากเกมส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้อาจจะทำให้หลายคนนั้นมีความเครียดกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งทางที่ดีหากเราอยากเล่นเกม

แต่เราไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเกม เราควรที่จะเลือกเกมที่ไม่ทำให้เราเครียดมาจนเกินไป ให้เลือกเกมที่คิดว่าเราเล่นเกมแล้วมีความสุข ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และไม่เครียด เพราะการที่เราเลือกเกมที่มีความเหมาะสม จะทำให้เราไม่ติดเกมมากจนเกินไปนั่นเอง 

 

  • การเลือกเวลาที่เหมาะสม

นอกจากการเลือกเกมที่มีความเหมาะสม หรือไม่เครียดแล้ว การที่เราเลือกเวลาเล่นที่มีความเหมาะสม ก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีเวลาว่าง ๆ จากการทำงาน และเลือกเกมเป็นหนึ่งในตัวช่วยเพื่อบรรเทาความเครียด ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เรานำเอาการเล่นเกมมาใช้ใหเกิดประโยชน์ แถมยังไม่ส่งผลกระทบต่องาน หรือการใช้ชีวิตของเราอีกด้วย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ

วิวัฒนาการบอลโลก

 

วิวัฒนาการบอลโลก ลูกฟุตบอลสีดำและสีขาวทำจากแผงหกเหลี่ยมและห้าเหลี่ยม Adidas Telstar ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1970 และ 1974

เป็นสิ่งที่หลายคนนึกถึงเมื่อนึกถึงลูกฟุตบอล ไชน์2010, CC BY อาดิดาสจัดหาลูกบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปี 2002 ลูกบอลแต่ละลูกผลิตด้วยโครงสร้าง 32 แผงอันเป็นเอกลักษณ์ แผงหกเหลี่ยม 20 อันและห้าเหลี่ยม 12 อัน

ทำจากหนังและเย็บเข้าด้วยกัน ยุคใหม่เริ่มต้นด้วยฟุตบอลโลก 2549 ที่ประเทศเยอรมนี ลูกบอลปี 2549

เรียกว่า Teamgeist ประกอบด้วยแผ่นใยสังเคราะห์ 14 แผ่นที่เชื่อมติดกันด้วยความร้อนแทนการเย็บ ซีลกาวที่แน่นหนายิ่งขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกจากภายในลูกบอลในวันที่ฝนตกและอากาศชื้น

 

การสร้างลูกบอลจากวัสดุใหม่ด้วยเทคนิคใหม่และจำนวนแผงที่น้อยลง จะเปลี่ยนวิธีที่ลูกบอลลอยไปในอากาศ ตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้งที่ผ่านมา

อาดิดาสพยายามสร้างสมดุลของจำนวนแผง คุณสมบัติตะเข็บ และพื้นผิวเพื่อสร้างลูกบอลที่มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหมาะสม ลูกบอล Jabulani แปดแผงในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ปี 2010

มีแผงที่มีพื้นผิวเพื่อชดเชยตะเข็บที่สั้นลงและจำนวนแผงที่น้อยลง แม้จะมีความพยายามของ Adidas แต่ Jabulani ก็เป็นลูกบอลที่ถกเถียงกันโดยผู้เล่นหลายคนบ่นว่ามันช้าลงอย่างกะทันหัน เมื่อเพื่อนร่วมงานของฉันและฉันวิเคราะห์ลูกบอลในอุโมงค์ลม

เราพบว่า Jabulani นั้นเรียบเกินไปโดยรวม และมีค่าสัมประสิทธิ์การลากที่สูงกว่าลูกบอล Teamgeist ปี 2006 ลูกฟุตบอลฟุตบอลโลกสำหรับบราซิลในปี 2014 – บราซูกา – และรัสเซียในปี 2018 – เทลสตาร์ 18 – ทั้งสองมีแผงรูปทรงแปลก ๆ หกแผง

แม้ว่าพวกมันจะมีพื้นผิวที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วพวกมันมีความหยาบของพื้นผิวโดยรวมเหมือนกัน ดังนั้น จึงมีคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ที่คล้ายคลึงกัน

โดยทั่วไปผู้เล่นชอบ Brazuca และ Telstar 18 แต่บางคนบ่นเกี่ยวกับแนวโน้มของ Telstar 18 ที่จะป๊อปง่าย

 

บอล Al Rihla ปี 2022 ลูกฟุตบอลฟุตบอลโลกของกาตาร์รุ่นใหม่คือ Al Rihla Al Rihla ทำด้วยหมึกและกาวสูตรน้ำ มีแผง 20 แผง แปดรูปเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กที่มีด้านเท่ากัน

โดยประมาณ และอีก 12 รูปเป็นรูปสามเหลี่ยมที่ใหญ่กว่าและมีรูปร่างเหมือนโคนไอศกรีม ภาพระยะใกล้ของลูกบอล Al Rihla แสดงให้เห็นลักยิ้มและรอยแยกเล็กๆ ที่พื้นผิว

เพื่อให้ Al Rihla แข็งแกร่งขึ้นและมีแอโรไดนามิกมากขึ้น Adidas จึงใส่จุดเล็กๆ ลงไปบนพื้นผิว จอห์น เอริค กอฟฟ์, CC BY-ND แทนที่จะใช้พื้นผิวที่นูนขึ้นเพื่อเพิ่มความหยาบของพื้นผิวเหมือนลูกบอลรุ่นก่อน Al Rihla หุ้มด้วยคุณสมบัติคล้ายลักยิ้มที่ให้ผิวสัมผัสค่อนข้างเรียบ

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เพื่อชดเชยความรู้สึกที่นุ่มนวล ตะเข็บของ Al Rihla จึงกว้างขึ้นและลึกขึ้น – บางทีอาจเรียนรู้จากความผิดพลาดของ Jabulani ที่เรียบเกินไป

ซึ่งมีตะเข็บที่ตื้นและสั้นที่สุดของลูกบอลฟุตบอลโลกล่าสุด และผู้เล่นหลายคนรู้สึกว่าลอยได้ช้าในอากาศ เพื่อนร่วมงานของฉันในญี่ปุ่นทดสอบลูกบอลฟุตบอลโลกสี่ลูกล่าสุดในอุโมงค์ลมที่มหาวิทยาลัยสึคุบะ

 

สนับสนุนโดย   เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

สายแคมป์ปิ้งต้องไม่พลาด เลือกเก้าอี้สนามแบบมือโปร

 

การออกทริปแคมป์ปิ้งให้สนุกและสบาย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เต็นท์หรือที่นอนเพียงอย่างเดียว

สายแคมป์ปิ้งต้องไม่พลาด แต่ “เก้าอี้สนาม” ก็เป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การพักผ่อนรอบกองไฟหรือการนั่งชมวิวธรรมชาติเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุด

ดังนั้นการเลือกเก้าอี้สนามแบบมือโปรจึงเป็นสิ่งที่สายแคมป์ปิ้งทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะเก้าอี้ที่ดีจะช่วยให้ทั้งทริปสะดวกสบายขึ้นมาก ไม่ปวดเมื่อย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก และสามารถใช้งานได้ยาวนานหลายปี

 

สิ่งแรกที่มือโปรมักพิจารณาคือ “วัสดุ” ของเก้าอี้สนาม โดยทั่วไปจะมีทั้งอลูมิเนียม เหล็ก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งอลูมิเนียมถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และเคลื่อนย้ายง่าย

ส่วนเหล็กจะมีความแข็งแรงมากกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการความทนทานและไม่ต้องเดินแบกไกล ส่วนผ้าที่ใช้ก็มักเป็นผ้า Oxford หรือผ้าโพลีเอสเตอร์ที่เหนียวกันน้ำได้ดี ทำให้ใช้งานได้ในหลายสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นป่าฝน ชายหาด หรือบริเวณลานหิน

 

ข้อถัดมาที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “น้ำหนักและความพกพา” เก้าอี้สนามที่ดีควรมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย

และมาพร้อมกระเป๋าหิ้ว เพื่อให้สะดวกต่อการเดินป่า หรือการขนขึ้นรถ ในกรณีที่ต้องเดินเทรคไกล ๆ มือโปรส่วนใหญ่จะเลือกเก้าอี้สนามแบบ “Ultralight” ที่หนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม แต่ยังนั่งสบายและรองรับน้ำหนักได้ดี ส่วนคนที่เน้นนั่งสบายแบบจริงจังในแคมป์รถมักเลือกเก้าอี้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นั่งเต็มหลัง และมีที่วางแก้วหรือที่วางแขนเพิ่มความสะดวก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ความสบาย” ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับเบาะอย่างเดียว แต่รวมถึงความสูงของที่นั่ง มุมเอน และโครงสร้างเก้าอี้ด้วย

หากชอบนั่งเอนดูดาว เก้าอี้แบบเอนได้คือคำตอบ แต่ถ้ากิจกรรมหลักเป็นการทำอาหารหรือพูดคุยรอบโต๊ะ ควรเลือกแบบที่สูงกำลังดี ไม่เอนมากจนลุกยาก ในขณะเดียวกันควรเช็กว่าพื้นที่นั่งกว้างพอ ไม่กดต้นขา และช่วยให้ท่านั่งเป็นธรรมชาติ

 

สุดท้ายคือ “ฟีเจอร์เสริม” ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก เช่น ที่วางแก้ว ช่องใส่อุปกรณ์ ผ้าตาข่ายระบายอากาศ หรือรุ่นที่มีหมอนรองคอในตัว

สำหรับสายแคมป์ที่ชอบทริปยาว ๆ ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้ทุกกิจกรรมในแคมป์สะดวกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ควรตรวจสอบรับน้ำหนักของเก้าอี้แต่ละรุ่นให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการหักหรือเสียรูปหลังใช้งานไม่นาน

 

สรุปแล้ว เก้าอี้สนามสำหรับมือโปรต้องครบทั้งความเบา ความแข็งแรง ความสะดวกสบาย และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน หากเลือกได้ดี คุณจะนั่งชมพระอาทิตย์ตก ดื่มกาแฟยามเช้า หรือพักผ่อนริมลำธารอย่างสบายที่สุดในทุกทริปแคมป์ปิ้งอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ

เคล็ดลับทำความสะอาดคราบบนกระจกห้องอาบน้ำให้ใสวิ้ง

เคล็ดลับทำความสะอาดคราบบนกระจกห้องอาบน้ำให้ใสวิ้ง

กระจกห้องอาบน้ำเป็นจุดที่สกปรกง่ายที่สุดส่วนหนึ่งในบ้าน เพราะต้องสัมผัสทั้งไอน้ำ สบู่ ครีมอาบน้ำ แชมพู รวมถึงคราบหินปูนจากน้ำ ทำให้กระจกหมอง ขุ่น และเกิดรอยด่างที่ยากจะเช็ดออก

หากปล่อยทิ้งไว้นานก็ยิ่งทำให้ทำความสะอาดยากขึ้นไปอีก การรักษากระจกให้ใสวิ้งเหมือนใหม่จึงต้องใช้ทั้งเทคนิคและการดูแลที่สม่ำเสมอ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับทำความสะอาดคราบบนกระจกห้องอาบน้ำที่ทำได้ง่ายและเห็นผลชัดเจน

 

-อย่างแรกคือการกำจัดคราบสบู่และคราบสกปรกทั่วไป 

ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระจกหมอง สามารถใช้ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 ฉีดพ่นลงบนกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาที จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มถูเบา ๆ น้ำส้มสายชูช่วยละลายคราบสบู่ได้ดี

และยังช่วยลดคราบหินปูนที่เกาะแน่น หลังจากเช็ดเสร็จล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้แห้ง วิธีนี้ไม่เพียงประหยัด แต่ยังปลอดภัยต่อสุขภาพด้วยเพราะไม่มีสารเคมีรุนแรง

 

-สำหรับคราบหินปูนที่เกาะแน่นจนเช็ดไม่ออก

แนะนำให้ใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม แล้วทาบนบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

จากนั้นใช้ฟองน้ำถูเป็นวงกลม เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นสารขัดอ่อน ๆ ที่ช่วยขจัดคราบฝังลึกได้ดี โดยไม่ทำให้ผิวกระจกเป็นรอย เมื่อทำความสะอาดเสร็จควรล้างน้ำและเช็ดให้แห้งเช่นเดิม จะได้กระจกที่ใสขึ้นแบบเห็นผลทันที

 

-อีกหนึ่งตัวช่วยคือการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกระจกแบบโฟม 

ซึ่งสามารถยึดเกาะพื้นผิวแนวตั้งได้ดี จึงทำให้คราบหลุดออกได้ง่ายกว่าสเปรย์ทั่วไป เพียงฉีดโฟมให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก และใช้ยางปาดกระจก  ปาดจากบนลงล่างแบบครั้งเดียวต่อหนึ่งเส้น จะช่วยป้องกันรอยน้ำและคราบด่าง ไม่ต้องเช็ดซ้ำหลายรอบ

 

สิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามคือ “การเช็ดน้ำออกหลังอาบเสร็จทุกครั้ง” หากคุณใช้ยางปาดกระจกปาดน้ำให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ จะช่วยลดโอกาสการเกิดคราบสะสมลงได้มากกว่า 70% ทำให้ไม่ต้องมานั่งขัดหนักทีหลัง อีกทั้งยังช่วยให้กระจกเงางามอยู่เสมอ

เคล็ดลับสุดท้ายคือการเคลือบกระจกด้วยน้ำยาเคลือบป้องกันคราบ เช่น น้ำยาเคลือบซิลิโคนหรือสารเคลือบกันน้ำสำหรับกระจก

โดยจะช่วยสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ให้คราบสบู่และน้ำเกาะน้อยลง ทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นในระยะยาว ควรทาซ้ำทุก 1–2 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

เมื่อใช้เทคนิคเหล่านี้เป็นประจำ คุณจะพบว่ากระจกห้องอาบน้ำใสวิ้งเหมือนใหม่อยู่เสมอ ไม่ต้องออกแรงมาก และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของกระจกอีกด้วย ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดแรง และทำให้ห้องน้ำดูสะอาดตาอยู่ตลอดเวลา.

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี