ตำนาน ความเชื่อ เกี่ยวกับ ปีศาจ ฮาเกนตี (Haagenti)

ปีศาจ ฮาเกนตี (Haagenti) เป็นหนึ่งในปีศาจที่ปรากฏในคัมภีร์ปีศาจวิทยายุคกลาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังสือ Ars Goetia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Lesser Key of Solomon หนังสือเวทมนตร์ลึกลับที่รวบรวมรายนามปีศาจ 72 ตนที่กษัตริย์โซโลมอนเชื่อว่าสามารถควบคุมและสั่งการได้ ฮาเกนตีมักถูกกล่าวถึงในฐานะปีศาจที่มีพลังด้านสติปัญญา ความรู้

และการแปรสภาพของสสาร ซึ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในปีศาจที่มีบทบาทสำคัญด้านเวทมนตร์เชิงปัญญาและแปรธาตุ 

 

ในตำนานหลายฉบับ ฮาเกนตีมีรูปลักษณ์โดดเด่นเป็น วัวมีปีกขนาดใหญ่ แต่เมื่อถูกเรียกหรืออัญเชิญ เขาจะสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้เพื่อสื่อสารกับผู้เรียก การมีรูปเป็นวัวไม่ใช่เรื่องแปลกในเวทมนตร์ยุคกลาง

เพราะวัวมักเชื่อมโยงกับพลังชีวิต ดิน ความอุดมสมบูรณ์ และพลังหยาบดิบ การที่ปีศาจมีรูปลักษณ์เช่นนี้จึงสื่อถึงพลังทางสสารและการควบคุมธาตุ ซึ่งเข้ากับความสามารถด้านการแปรสภาพของเขา

 

ฮาเกนตีถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่ง ประมุข  ของนรก และควบคุมกองทัพปีศาจถึง 33 กอง ตามตำราหลายเล่ม บางตำราคาดว่าเขายังทำงานใกล้ชิดกับปีศาจที่เกี่ยวข้องกับสติปัญญาและความรู้ เช่น Paimon หรือ Vapula จุดเด่นของเขาคือการให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติอย่างลึกซึ้งแก่ผู้ที่ทำสัญญาหรืออัญเชิญ

ความสามารถของฮาเกนตีถือว่าแตกต่างจากปีศาจตนอื่นอย่างมาก

  1. การแปรสภาพสสาร 

   เขาสามารถเปลี่ยนของเหลวให้เป็นของแข็ง หรือของแข็งให้เป็นของเหลว เช่น เปลี่ยนน้ำให้เป็นไวน์ หรือไวน์ให้เป็นน้ำ ความสามารถนี้สะท้อนความคิดเรื่อง “การแปรธาตุ” ที่เป็นหัวใจของเวทมนตร์ยุโรปยุคกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปรโลหะพื้นฐานให้เป็นทอง

 

  1. มอบความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับทุกวิทยาศาสตร์:

   ผู้ที่อัญเชิญฮาเกนตีมักมุ่งหวังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับปรัชญา วิทยาศาสตร์ และศิลปะแห่งการแปรสภาพ เขาถูกเชื่อว่าเป็นปีศาจที่ให้ “ความเข้าใจเหนือมนุษย์” เกี่ยวกับสัจธรรมของโลก

 

  1. ทำให้บุคคลมีปัญญาและความรอบรู้:

   ความเชื่อระบุว่าเขามีอำนาจ “ทำให้ผู้คนฉลาดขึ้น” และมองเห็นความจริงของสิ่งต่าง ๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง

 

ในโลกของเวทมนตร์ตะวันตก ฮาเกนตีเป็นหนึ่งในปีศาจที่ถูกอัญเชิญเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านความรู้มากกว่าด้านการทำลายร่างกาย ผู้ใช้เวทมนตร์มักกล่าวว่าเขาเป็นปีศาจที่ “ใจเย็น” และ “ไม่รุนแรง”

เมื่อเทียบกับปีศาจตนอื่นในลำดับชั้นเดียวกัน แม้ยังเป็นปีศาจ แต่ลักษณะของเขาเป็นเหมือนอาจารย์ผู้เคร่งขรึมที่มอบความรู้ด้วยความมั่นคงและตรงไปตรงมา

 

อย่างไรก็ตาม ในพิธีอัญเชิญมักมีคำเตือนว่า ผู้เรียกต้องมีสติและความตั้งใจบริสุทธิ์ เพราะความรู้ที่ได้รับอาจนำไปสู่ปัญญา หรืออาจนำไปสู่ความหลงผิดหากผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมความปรารถนาของตนเอง

 

สนับสนุนโดย    ฮอยอาน่า

รู้หรือไม่ เกมที่คนทั่วโลกฮิตเล่นเยอะที่สุด

ปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าการเล่นเกมนั้น เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจในการเล่นเกมกันมากขึ้น ซึ่งเกมในสมัยนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

และในแต่ละเกมนั้นก็จะมีวิธีการเล่น และมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน

นอกจากนี้การเล่นเกมเป็นประจำนั้นไม่เพียงแค่ช่วยทำให้เรารู้คลายเครียดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเล่นเกมยังมีประโชนืแก่ร่างกายได้มากกว่าที่คุณคิด

เพราะถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นเกมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบการเล่น โดยจะมีผู้ใหญ่ที่มองว่าการเล่นเกมอาจทำให้เด็ก ๆ นั้นเสียการเรียนได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเล่นเกมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีประโยชน์แต่อย่างไร

แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นการเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่ดีต่อร่างกายของเด็กเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจอีกด้วย

ฉะนั้น เราไปดูกันดีกว่าจะมีเกมไหนบ้างที่คนส่วนใหญ่ฮิต และเล่นกันเยอะมาที่สุด ไปดูกันเลย 

เกมที่คนทั่วโลกฮิตเล่นเยอะที่สุด

1.ROV

แน่นอนว่าเกมประเภทนี้เป็นเกมที่คนส่วนใหญ่นั้นชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกมต่อสู้ที่สามารถบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังสามารถเล่นได้ทั้งในมือถือ และคอมพิวเตอร์อีกด้วย

โดยหลัก ๆ ของเกมนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างสองทีม โดยเราจะต้องต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้ เรียกได้ว่านอกจากจะมีความตื่นเต้นแล้วนั้น ยังมีความสนุกสนาน เพลิดเพลินได้อีกด้วย และที่สำคัญเกมนี้ยังเป็นเกมที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอีกด้วย 

 

2.PUBG Mobile

เป็นอีกหนึ่งเกมที่คนส่วนใหญ่นั้นให้ความสนใจ และนิยมเล่นกันเยอะมาก ๆ โดยเกมนี้จะออกแนวแบบ ออกไปต่อสู้ หรืออาจถูกตามล่าก็ได้

ซึ่งจุดเด่นของเกมนี้นั้นจะอยู่ตรงที่เราจะต้องมีการเกมสัมภาระต่าง ๆ ที่เก็บได้ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในยามที่ฉุกเฉินนั่นเอง

โดยเกมนี้จะว่าเล่นยากก็ไม่เชิง แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีทักษะ และเข้าใจในการเล่นเกม แต่ทว่าก็ถือเป้นเกมที่ได้รับความนิยม และเป็นเกมที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก 

 

3.Subway Surfers

เป็นเกมที่เรียกได้ว่าถูกใจเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร อีกทั้งยังเป้นเกมที่เล่นได้กับทุกเพศทุกวัย มีความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และคลายเครียดได้เป็นอย่างอีกด้วย

โดยหลัก ๆ เกมนี้เราจะต้องวิ่งเกมเหรียญตามรางรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่มีความสนุก และเล่นเพลินอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

สถานที่ช้อปปิ้ง และท่องเที่ยวยอดฮิต ของโอซาก้า  

มีสถานที่ท่องเที่ยวนับไม่ถ้วนในโอซาก้า รวมถึงอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย ถนนช้อปปิ้งที่ทันสมัย ​​ย่านที่พลุกพล่านด้วยแสงไฟนีออน ตึกระฟ้าทันสมัย ​​สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และอื่น ๆ อีกมากมาย

ท่องเที่ยวยอดฮิต ของโอซาก้า วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และคนในท้องถิ่นที่เป็นมิตรยังเป็นจุดดึงดูดอีกสองจุดซึ่งเพิ่มลักษณะพิเศษให้กับเมืองที่ไม่มีใครเหมือน

1.ช้อปปิ้งแฟชั่นอินเทรนด์ในย่านชินไซบาชิอันทันสมัย  

เป็นย่านช้อปปิ้งที่ดีที่สุดในโอซาก้า ตั้งแต่แบรนด์หรูไปจนถึงร้านค้าปลีกแฟชั่นอย่างรวดเร็ว มีห้างสรรพสินค้าและร้านบูติกจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ภายในพื้นที่ ชินไซบาชิ-ซูจิเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงซึ่งมีความยาว 600 เมตร 

และประกอบด้วยร้านค้าหลายร้อยร้านตั้งแต่ร้านบูติกขนาดเล็กไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่มีร้านเสื้อผ้าเท่านั้น

แต่ยังมีร้านค้ามากมายในศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งนี้ เช่น ร้านขายยา ร้านขายของหลากหลาย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และอื่นๆ เป็นสถานที่ช้อปปิ้งจนกว่าคุณจะแวะที่โอซาก้า 

 

2.ค้นพบวัฒนธรรมที่หลากหลายของ อเมริกาโน่มูร่า (หมู่บ้านอเมริกัน ) 

การสำรวจ อเมริกาโน่มูร่า หรือ หมู่บ้านอเมริกัน เป็นหนึ่งในกิจกรรมชั้นนำที่ต้องทำในโอซาก้า เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของวัฒนธรรมหนุ่มสาวในเมือง

ซึ่งมักจะเทียบได้กับย่านฮาราจุกุในโตเกียว  ร้านค้าบูติก ร้านกาแฟ และร้านอาหารที่ทันสมัยและทันสมัยจำนวนมากตั้งอยู่ในบริเวณนี้

หากคุณชอบสตรีทแฟชั่นญี่ปุ่น เสื้อผ้าวินเทจ และขนมสตรีทแวร์อินเทรนด์ นี่คือย่านที่คุณควรไปเยี่ยมชมในเมือง  

 

3.ตื่นตาไปกับสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งของอาคารอุเมดะสกาย  

เป็นอาคารสูงที่มีดาดฟ้าชมวิวที่สวยงามในย่าน Kita ในโอซาก้า ใกล้กับสถานี Osaka และ Umeda เป็นคำแนะนำสำหรับการเดินทางในโอซาก้า

เพื่อชมสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกด้วยรูปทรงและโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ หอดูดาวที่เรียกว่า “คูชูเตียน ” (หมายถึงสวนลอยน้ำ)

ตั้งอยู่ที่ความสูง 173 เมตร และสามารถมองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา 360° ได้ที่ดาดฟ้าเปิดโล่ง คุณสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพยามค่ำคืนอันงดงามของโอซาก้า  

 

4.สัมผัสความสนุกสนานและผ่อนคลายริมชายหาดที่ สวนเสนนานลอง อันกว้างขวาง

ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ สวนเซ็นนัน รินคุ ซึ่งเปิดใกล้กับสนามบินนานาชาติคันไซในปี 2020 โดยเป็นจุดชมธรรมชาติที่ทันสมัยในโอซาก้า ล้อมรอบด้วย เซนนัน มาร์เบิล บีช  และ หาดตารุยใต้  

ซึ่งติดอันดับ 100 จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น สวนสาธารณะริมชายหาดเขตร้อนแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ได้แก่ พื้นที่กิจกรรมสำหรับการเล่นกีฬา พื้นที่ชุมชนสำหรับบาร์บีคิวและร้านอาหาร

พื้นที่มาร์เช่สำหรับอาหารทะเลสดจากท่าเรือประมง โอคาดะอุระ   และบริเวณ แคมป์ปิ้ง

สำหรับการเข้าพักในวิลล่าสุดหรู ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เยี่ยมชมเพื่อเพลิดเพลินกับธรรมชาติแม้ในเมือง หากคุณใช้สนามบินที่ใหญ่ที่สุดของโอซาก้า

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนเวียดนาม

พาเที่ยวนอร์เวย์ ประตูสู่ขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าไปท่องเทียวติดอันดับโลก เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ใครหลาย ๆ คนอยากไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็นและได้ตื่นตากับแสงเหนือ ออโรร่า (Aurora)

ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือการมีแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และเป็นแสงที่มีความสวยงามและหาดูได้ยาก ในฤดูร้อนพระอาทิตย์จะไม่ตกเลย Svalbard เป็นอีกหนึ่งเมืองของนอร์เวย์ ชีวิตในโลกเยือกแข็งเขาอยู่กันอย่างไร

 

วันนี้ที่เราจะนำเสนอยังไม่ถึงขั้วโลกเหนือเสียทีเดียว แต่ว่าเป็นเมืองที่อยู่เหนือที่สุดเท่าที่มีมนุษย์อยู่กัน บนแผ่นบนหมู่เกาะเล็ก ๆ  ที่ชื่อว่า Svalbard (สวาลบาร์ด)

สวาลบาร์ดอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณหนึ่งพันกว่ากิโลเมตรและเหนือไปกว่านั้นก็ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อีกแล้ว

 

พาเที่ยวนอร์เวย์ ประตูสู่ขั้วโลกเหนือ

เมื่องที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสวาลบาร์ดชื่อ Longyearbyen (ลองเยียร์เบียน) หรือเมือง ลองเยียร์นั่นเอง ตั่งชื่อตามนักธุรกิจชาวอเมริกัน

วึ่งเข้ามาเปิดบริษัทเหมืองถ่านหินเมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว แล้วก็ได้สร้างหมู่บ้านเพื่อรองรับคนงานของตัวเองขึ้นมา ตั้งชื่อว่า จอห์น มันโร ลองเยียร์ 

 

เมื่อประเทศนอร์เวย์ได้เข้ามาเป็นเจ้าของเกาะนี้ ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ลองเยียร์เบียน ประชากรในสวาลบาร์ดส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวนอร์เวย์

แต่ก็มีประชากรชาวรัสเซียอยู่บ้าง นอกจากเมืองนี้และก็เมืองเล็กๆที่อยู่รายรอบออกไปจากนี้ พื้นที่ 98% ของสวาลบาร์ดเป็นความเวิ้งว้างของธรรมชาติทั้งสิ้น

 

การที่บ้านแถวนี้ถูกสร้างในรูปแบบที่ดูกึ่งชั่วคราว เนื่องจากว่าใต้ดินบริเวณแถวขั้วโลกมีสิ่งที่เรียกว่า Permafrost (เพอร์มาฟรอสต์)

ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือ ดินและหินซึ่งแข็งเป็นน้ำแข็งตลอดเวลาอยู่ใต้ดินลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ในการสร้างบ้านหากมีการเจาะลึกลงไปจนกระทั่ง ไปกระทบกับเพอร์มาฟรอสต์ที่อยู่ใต้ดิน อาจจะส่งผลไห้เพอร์มาฟรอสต์ละลายได้ เปรียบเสมือนหน้าดินวึ่งพังทลายเพราะว่าไม่มีอะไรยึดมันเข้าหากัน

 

เนื่องจากที่เพอร์มาฟรอสต์ได้เป็นดินที่ค่อนข้างแข็งที่อยู่ใต้ดินเนี่ย นอกจากที่มันจะมีผลกับเรื่องของการสร้างบ้านของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว

นอกจากนั้นก็ยังมีผลกับชีวิตในหลายๆด้าน อย่างเช่นถ้ามองไปรอบๆจะเห็นเป็นสุสาน ทีมีอยู่ไม่กี่หลุมเท่านั้นเอง

 

เพราะว่าคนที่เวลาตายเค้าจะไม่อนุญาตให้ฝังที่นี่ เพราะเวลาที่ฝังปุ๊บ ไอ้เพอร์มาฟรอสต์ที่อยู่ใต้ดิน ที่เป้นการแข็งตัวเนี่ยมันดันศพขึ้นมาบนพื้นดิน

เพราะฉะนั้นเวลาตายที่นี่ก็คือจะส่งศพกลับไปฝังที่นอร์เวย์ ที่แผ่นดินใหญ่กัน ซึ่งถ้าไปเที่ยวแล้วเห็นหลุมศพที่อยู่นั่นเขาพวกนั้นจะเป้นคนที่มีความสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งกับสวาลบาร์ดเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก