วิวัฒนาการบอลโลก

 

วิวัฒนาการบอลโลก ลูกฟุตบอลสีดำและสีขาวทำจากแผงหกเหลี่ยมและห้าเหลี่ยม Adidas Telstar ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1970 และ 1974

เป็นสิ่งที่หลายคนนึกถึงเมื่อนึกถึงลูกฟุตบอล ไชน์2010, CC BY อาดิดาสจัดหาลูกบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปี 2002 ลูกบอลแต่ละลูกผลิตด้วยโครงสร้าง 32 แผงอันเป็นเอกลักษณ์ แผงหกเหลี่ยม 20 อันและห้าเหลี่ยม 12 อัน

ทำจากหนังและเย็บเข้าด้วยกัน ยุคใหม่เริ่มต้นด้วยฟุตบอลโลก 2549 ที่ประเทศเยอรมนี ลูกบอลปี 2549

เรียกว่า Teamgeist ประกอบด้วยแผ่นใยสังเคราะห์ 14 แผ่นที่เชื่อมติดกันด้วยความร้อนแทนการเย็บ ซีลกาวที่แน่นหนายิ่งขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกจากภายในลูกบอลในวันที่ฝนตกและอากาศชื้น

 

การสร้างลูกบอลจากวัสดุใหม่ด้วยเทคนิคใหม่และจำนวนแผงที่น้อยลง จะเปลี่ยนวิธีที่ลูกบอลลอยไปในอากาศ ตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้งที่ผ่านมา

อาดิดาสพยายามสร้างสมดุลของจำนวนแผง คุณสมบัติตะเข็บ และพื้นผิวเพื่อสร้างลูกบอลที่มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหมาะสม ลูกบอล Jabulani แปดแผงในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ปี 2010

มีแผงที่มีพื้นผิวเพื่อชดเชยตะเข็บที่สั้นลงและจำนวนแผงที่น้อยลง แม้จะมีความพยายามของ Adidas แต่ Jabulani ก็เป็นลูกบอลที่ถกเถียงกันโดยผู้เล่นหลายคนบ่นว่ามันช้าลงอย่างกะทันหัน เมื่อเพื่อนร่วมงานของฉันและฉันวิเคราะห์ลูกบอลในอุโมงค์ลม

เราพบว่า Jabulani นั้นเรียบเกินไปโดยรวม และมีค่าสัมประสิทธิ์การลากที่สูงกว่าลูกบอล Teamgeist ปี 2006 ลูกฟุตบอลฟุตบอลโลกสำหรับบราซิลในปี 2014 – บราซูกา – และรัสเซียในปี 2018 – เทลสตาร์ 18 – ทั้งสองมีแผงรูปทรงแปลก ๆ หกแผง

แม้ว่าพวกมันจะมีพื้นผิวที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วพวกมันมีความหยาบของพื้นผิวโดยรวมเหมือนกัน ดังนั้น จึงมีคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ที่คล้ายคลึงกัน

โดยทั่วไปผู้เล่นชอบ Brazuca และ Telstar 18 แต่บางคนบ่นเกี่ยวกับแนวโน้มของ Telstar 18 ที่จะป๊อปง่าย

 

บอล Al Rihla ปี 2022 ลูกฟุตบอลฟุตบอลโลกของกาตาร์รุ่นใหม่คือ Al Rihla Al Rihla ทำด้วยหมึกและกาวสูตรน้ำ มีแผง 20 แผง แปดรูปเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กที่มีด้านเท่ากัน

โดยประมาณ และอีก 12 รูปเป็นรูปสามเหลี่ยมที่ใหญ่กว่าและมีรูปร่างเหมือนโคนไอศกรีม ภาพระยะใกล้ของลูกบอล Al Rihla แสดงให้เห็นลักยิ้มและรอยแยกเล็กๆ ที่พื้นผิว

เพื่อให้ Al Rihla แข็งแกร่งขึ้นและมีแอโรไดนามิกมากขึ้น Adidas จึงใส่จุดเล็กๆ ลงไปบนพื้นผิว จอห์น เอริค กอฟฟ์, CC BY-ND แทนที่จะใช้พื้นผิวที่นูนขึ้นเพื่อเพิ่มความหยาบของพื้นผิวเหมือนลูกบอลรุ่นก่อน Al Rihla หุ้มด้วยคุณสมบัติคล้ายลักยิ้มที่ให้ผิวสัมผัสค่อนข้างเรียบ

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เพื่อชดเชยความรู้สึกที่นุ่มนวล ตะเข็บของ Al Rihla จึงกว้างขึ้นและลึกขึ้น – บางทีอาจเรียนรู้จากความผิดพลาดของ Jabulani ที่เรียบเกินไป

ซึ่งมีตะเข็บที่ตื้นและสั้นที่สุดของลูกบอลฟุตบอลโลกล่าสุด และผู้เล่นหลายคนรู้สึกว่าลอยได้ช้าในอากาศ เพื่อนร่วมงานของฉันในญี่ปุ่นทดสอบลูกบอลฟุตบอลโลกสี่ลูกล่าสุดในอุโมงค์ลมที่มหาวิทยาลัยสึคุบะ

 

สนับสนุนโดย   เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

ตำนานสยองขวัญ บ้านฆาตกรรมขวานโหด  

ตำนานสยองขวัญ บ้านฆาตกรรมขวานโหด   เมืองวิลลิสกา  รัฐไอโอวา เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสยองขวัญและเป็นหนึ่งในบ้านผีเฮี้ยนที่โด่งดังที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เรื่องราวของบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมและเหตุการณ์ลี้ลับที่ดึงดูดผู้สนใจเรื่องเหนือธรรมชาติและนักล่าท้าผีจากทั่วทุกมุมโลก  

 

ตำนานและโศกนาฏกรรม 

เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในคืนวันที่ 9 มิถุนายน 1912 ที่บ้านของครอบครัวมัวร์  ซึ่งเป็นครอบครัวที่ได้รับความเคารพในชุมชน

ขณะนั้นมีโจซายะ มัวร์ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว พร้อมภรรยา ซาราห์  และลูกทั้ง 4 คน รวมถึงเด็กหญิงอีก 2 คนที่มานอนค้างที่บ้านหลังนี้  

 

ในเช้าวันที่ 10 มิถุนายน 1912 ชาวบ้านพบว่าทั้ง 8 ชีวิตถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมด้วยขวาน คนร้ายทุบตีทุกคนขณะหลับจนเสียชีวิตโดยไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก ไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย และคดีนี้ก็กลายเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายจนถึงทุกวันนี้  

 

หลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรม บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างอยู่นานหลายปี แต่ชาวเมืองต่างเล่าว่ามีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้น เช่น เสียงฝีเท้าปริศนา เสียงเด็กร้องไห้ และเสียงขวานกระแทกอย่างน่ากลัว หลายคนที่เข้าไปในบ้านเล่าว่ารู้สึกเหมือนถูกจับจ้องและมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด  

 

มีผู้มาเยือนจำนวนมากที่ประสบเหตุการณ์สุดหลอน เช่น การถูกผลักโดยสิ่งลี้ลับ หรือประตูที่เปิดปิดเองอย่างไม่มีเหตุผล บางคนถึงกับต้องรีบหนีออกจากบ้านเพราะทนต่อความหลอนไม่ไหว  

บ้านหลังนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์เรื่องเหนือธรรมชาติ

รายการโทรทัศน์เกี่ยวกับผีและสิ่งลี้ลับมากมาย เช่น Ghost Adventures และ Scariest Places on Earth ต่างเคยมาถ่ายทำและสัมผัสกับประสบการณ์ลึกลับด้วยตัวเอง

หลายคนยืนยันว่ามีพลังงานบางอย่างอยู่ในบ้าน และบางครั้งการสื่อสารผ่านเครื่องมือทางจิตวิญญาณก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าขนลุก  

 

บ้านหลังนี้ได้รับการบูรณะและเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และล่าท้าผี ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าชมได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน โดยมีโปรแกรม “ล่าท้าผียามค่ำคืน”

สำหรับผู้ที่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับในความมืด บรรยากาศในบ้านยังคงหลอนและเงียบงันจนทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในคืนที่เกิดเหตุการณ์โหดร้าย  

 

บ้านฆาตกรรมขวานโหด เมืองวิลลิสกา รัฐไอโอวา เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสยองขวัญและเหตุการณ์ลี้ลับที่ไม่มีคำอธิบาย ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือความเชื่อ

สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ บ้านหลังนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดผู้กล้าให้มาค้นหาคำตอบ และอาจได้เผชิญหน้ากับความลี้ลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่ไม่เคยถูกลืม

 

สนับสนุนโดย   เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ

สายแคมป์ปิ้งต้องไม่พลาด เลือกเก้าอี้สนามแบบมือโปร

 

การออกทริปแคมป์ปิ้งให้สนุกและสบาย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เต็นท์หรือที่นอนเพียงอย่างเดียว

สายแคมป์ปิ้งต้องไม่พลาด แต่ “เก้าอี้สนาม” ก็เป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การพักผ่อนรอบกองไฟหรือการนั่งชมวิวธรรมชาติเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุด

ดังนั้นการเลือกเก้าอี้สนามแบบมือโปรจึงเป็นสิ่งที่สายแคมป์ปิ้งทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะเก้าอี้ที่ดีจะช่วยให้ทั้งทริปสะดวกสบายขึ้นมาก ไม่ปวดเมื่อย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก และสามารถใช้งานได้ยาวนานหลายปี

 

สิ่งแรกที่มือโปรมักพิจารณาคือ “วัสดุ” ของเก้าอี้สนาม โดยทั่วไปจะมีทั้งอลูมิเนียม เหล็ก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งอลูมิเนียมถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และเคลื่อนย้ายง่าย

ส่วนเหล็กจะมีความแข็งแรงมากกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการความทนทานและไม่ต้องเดินแบกไกล ส่วนผ้าที่ใช้ก็มักเป็นผ้า Oxford หรือผ้าโพลีเอสเตอร์ที่เหนียวกันน้ำได้ดี ทำให้ใช้งานได้ในหลายสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นป่าฝน ชายหาด หรือบริเวณลานหิน

 

ข้อถัดมาที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “น้ำหนักและความพกพา” เก้าอี้สนามที่ดีควรมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย

และมาพร้อมกระเป๋าหิ้ว เพื่อให้สะดวกต่อการเดินป่า หรือการขนขึ้นรถ ในกรณีที่ต้องเดินเทรคไกล ๆ มือโปรส่วนใหญ่จะเลือกเก้าอี้สนามแบบ “Ultralight” ที่หนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม แต่ยังนั่งสบายและรองรับน้ำหนักได้ดี ส่วนคนที่เน้นนั่งสบายแบบจริงจังในแคมป์รถมักเลือกเก้าอี้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นั่งเต็มหลัง และมีที่วางแก้วหรือที่วางแขนเพิ่มความสะดวก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ความสบาย” ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับเบาะอย่างเดียว แต่รวมถึงความสูงของที่นั่ง มุมเอน และโครงสร้างเก้าอี้ด้วย

หากชอบนั่งเอนดูดาว เก้าอี้แบบเอนได้คือคำตอบ แต่ถ้ากิจกรรมหลักเป็นการทำอาหารหรือพูดคุยรอบโต๊ะ ควรเลือกแบบที่สูงกำลังดี ไม่เอนมากจนลุกยาก ในขณะเดียวกันควรเช็กว่าพื้นที่นั่งกว้างพอ ไม่กดต้นขา และช่วยให้ท่านั่งเป็นธรรมชาติ

 

สุดท้ายคือ “ฟีเจอร์เสริม” ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก เช่น ที่วางแก้ว ช่องใส่อุปกรณ์ ผ้าตาข่ายระบายอากาศ หรือรุ่นที่มีหมอนรองคอในตัว

สำหรับสายแคมป์ที่ชอบทริปยาว ๆ ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้ทุกกิจกรรมในแคมป์สะดวกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ควรตรวจสอบรับน้ำหนักของเก้าอี้แต่ละรุ่นให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการหักหรือเสียรูปหลังใช้งานไม่นาน

 

สรุปแล้ว เก้าอี้สนามสำหรับมือโปรต้องครบทั้งความเบา ความแข็งแรง ความสะดวกสบาย และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน หากเลือกได้ดี คุณจะนั่งชมพระอาทิตย์ตก ดื่มกาแฟยามเช้า หรือพักผ่อนริมลำธารอย่างสบายที่สุดในทุกทริปแคมป์ปิ้งอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ

เคล็ดลับทำความสะอาดคราบบนกระจกห้องอาบน้ำให้ใสวิ้ง

เคล็ดลับทำความสะอาดคราบบนกระจกห้องอาบน้ำให้ใสวิ้ง

กระจกห้องอาบน้ำเป็นจุดที่สกปรกง่ายที่สุดส่วนหนึ่งในบ้าน เพราะต้องสัมผัสทั้งไอน้ำ สบู่ ครีมอาบน้ำ แชมพู รวมถึงคราบหินปูนจากน้ำ ทำให้กระจกหมอง ขุ่น และเกิดรอยด่างที่ยากจะเช็ดออก

หากปล่อยทิ้งไว้นานก็ยิ่งทำให้ทำความสะอาดยากขึ้นไปอีก การรักษากระจกให้ใสวิ้งเหมือนใหม่จึงต้องใช้ทั้งเทคนิคและการดูแลที่สม่ำเสมอ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับทำความสะอาดคราบบนกระจกห้องอาบน้ำที่ทำได้ง่ายและเห็นผลชัดเจน

 

-อย่างแรกคือการกำจัดคราบสบู่และคราบสกปรกทั่วไป 

ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระจกหมอง สามารถใช้ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 ฉีดพ่นลงบนกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 10–15 นาที จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มถูเบา ๆ น้ำส้มสายชูช่วยละลายคราบสบู่ได้ดี

และยังช่วยลดคราบหินปูนที่เกาะแน่น หลังจากเช็ดเสร็จล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้แห้ง วิธีนี้ไม่เพียงประหยัด แต่ยังปลอดภัยต่อสุขภาพด้วยเพราะไม่มีสารเคมีรุนแรง

 

-สำหรับคราบหินปูนที่เกาะแน่นจนเช็ดไม่ออก

แนะนำให้ใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม แล้วทาบนบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

จากนั้นใช้ฟองน้ำถูเป็นวงกลม เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นสารขัดอ่อน ๆ ที่ช่วยขจัดคราบฝังลึกได้ดี โดยไม่ทำให้ผิวกระจกเป็นรอย เมื่อทำความสะอาดเสร็จควรล้างน้ำและเช็ดให้แห้งเช่นเดิม จะได้กระจกที่ใสขึ้นแบบเห็นผลทันที

 

-อีกหนึ่งตัวช่วยคือการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกระจกแบบโฟม 

ซึ่งสามารถยึดเกาะพื้นผิวแนวตั้งได้ดี จึงทำให้คราบหลุดออกได้ง่ายกว่าสเปรย์ทั่วไป เพียงฉีดโฟมให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก และใช้ยางปาดกระจก  ปาดจากบนลงล่างแบบครั้งเดียวต่อหนึ่งเส้น จะช่วยป้องกันรอยน้ำและคราบด่าง ไม่ต้องเช็ดซ้ำหลายรอบ

 

สิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามคือ “การเช็ดน้ำออกหลังอาบเสร็จทุกครั้ง” หากคุณใช้ยางปาดกระจกปาดน้ำให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ จะช่วยลดโอกาสการเกิดคราบสะสมลงได้มากกว่า 70% ทำให้ไม่ต้องมานั่งขัดหนักทีหลัง อีกทั้งยังช่วยให้กระจกเงางามอยู่เสมอ

เคล็ดลับสุดท้ายคือการเคลือบกระจกด้วยน้ำยาเคลือบป้องกันคราบ เช่น น้ำยาเคลือบซิลิโคนหรือสารเคลือบกันน้ำสำหรับกระจก

โดยจะช่วยสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ให้คราบสบู่และน้ำเกาะน้อยลง ทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นในระยะยาว ควรทาซ้ำทุก 1–2 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

เมื่อใช้เทคนิคเหล่านี้เป็นประจำ คุณจะพบว่ากระจกห้องอาบน้ำใสวิ้งเหมือนใหม่อยู่เสมอ ไม่ต้องออกแรงมาก และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของกระจกอีกด้วย ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดแรง และทำให้ห้องน้ำดูสะอาดตาอยู่ตลอดเวลา.

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี

เคล็ดลับควรรู้ ป้องกันมดขึ้นขยะ

ปัญหามดขึ้นถังขยะเป็นเรื่องกวนใจที่หลายบ้านต้องพบเจอ เพราะกลิ่นอาหาร เศษอาหาร หรือความชื้นในถังขยะเป็นตัวดึงดูดมดให้เข้ามาหาแหล่งอาหารได้ง่าย หากปล่อยไว้ไม่เพียงทำให้บ้านสกปรก

แต่ยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคและทำให้บ้านไม่น่าอยู่ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้มดขึ้นขยะจึงควรทำทั้งในด้านการรักษาความสะอาด

การใช้กลิ่นไล่แมลง และการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

อันดับแรกคือ เลือกถังขยะที่มีฝาปิดสนิทเพราะมดสามารถตามกลิ่นอาหารได้ไกลแม้จะเป็นเศษเล็ก ๆ ก็ตาม การใช้ถังที่ปิดแน่นช่วยลดกลิ่นฟุ้งกระจายและป้องกันไม่ให้มดปีนเข้าไปได้ง่าย

ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกถังที่เปิดแบบเหยียบ หรือแบบกดเปิด เพื่อให้ฝาปิดตลอดเวลาไม่ลืมเปิดค้าง นอกจากนี้วัสดุของถังควรทำจากพลาสติกหรือสแตนเลสที่ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บกลิ่น

 

เคล็ดลับควรรู้ ป้องกันมดขึ้นขยะ ต่อมา คือ หมั่นทำความสะอาดถังขยะเป็นประจำ แม้เราจะทิ้งขยะลงถุงอย่างเรียบร้อย แต่คราบน้ำจากเศษอาหารอาจติดอยู่บริเวณก้นถังหรือขอบถังได้

ควรล้างถังขยะอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำอุ่น หรือใช้น้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดาเพื่อลดกลิ่นและฆ่าเชื้อ วิธีนี้ช่วยลดความชื้นและกลิ่นที่มดชอบมากที่สุด

 

อีกเคล็ดลับที่ควรทำคือ ผูกถุงขยะให้แน่นก่อนนำไปทิ้ง หากถุงขยะปิดไม่สนิท มดสามารถเจาะหรือปีนเข้าไปกินเศษอาหารได้ง่าย

การผูกปากถุงให้แน่นทั้งก่อนวางลงในถัง และตอนนำออกไปทิ้ง ช่วยลดการดึงดูดมดได้มาก รวมถึงควรนำขยะออกไปทิ้งทุกวัน โดยเฉพาะขยะอาหารสด เศษผัก เศษผลไม้ หรือหนังสัตว์ที่เน่าเสียง่าย

นอกจากนี้ การใช้ กลิ่นไล่มดตามธรรมชาติ ก็ได้ผลดีและปลอดภัย เช่น โรยผงอบเชย ผงกาแฟ เบกกิ้งโซดา หรือใบเตยแห้งไว้บริเวณรอบถังขยะ

กลิ่นเหล่านี้ทำให้มดไม่อยากเข้าใกล้ อีกทั้งยังหาง่ายและไม่เป็นอันตรายต่อคนในบ้าน สำหรับบริเวณที่มีมดเดินอยู่บ่อย ๆ สามารถใช้เปลือกมะนาว เปลือกส้ม หรือหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปเปอร์มินต์ หยดใส่กระดาษทิชชูแล้ววางไว้ มดจะเลี่ยงทันที

 

หากบ้านมีปัญหามดเข้าครัวบ่อย อาจต้อง ตรวจเส้นทางเดินมดและปิดช่องว่าง ตามประตู หน้าต่าง หรือซอกหลืบต่าง ๆ ด้วยซิลิโคนกันแมลงหรือเทปกันช่องลม

เพราะมดมักเข้ามาตามช่องเล็ก ๆ ที่เรามองไม่เห็น และหากมันพบแหล่งอาหารแล้ว ก็จะพาเพื่อนมาทั้งรัง

 

สุดท้ายคือ รักษาความสะอาดพื้นที่รอบถังขยะ ทั้งพื้นครัว เคาน์เตอร์ และโต๊ะอาหาร เพราะเศษอาหารเพียงเล็กน้อย เช่น เม็ดข้าวหรือหยดน้ำหวาน ก็เพียงพอให้มดตามกลิ่นมาถึงถังขยะได้ การกวาดและเช็ดพื้นทุกวัน ช่วยลดแหล่งอาหารของมดได้ดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย    ถ่านเครื่องช่วยฟัง